ศาลเจ้าพ่อขุนศักรินทร์
หากจะกล่าวถึงศาลเจ้าพ่อขุนศักรินทร์
ท่านถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของทั้งบุคลากรและนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นเทวสถานประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ภายในประดิษฐานประติมากรรมปูนปั้นขุนศักรินทร์ สิ่งศักสิทธิ์ที่ชาวราชภัฏนครราชสีมาเชื่อว่าท่านคอยปกป้องคุ้มครองให้ทุกคนมีความแคล้วคลาดปลอดภัย
ซึ่งมีพิธีบวงสรวงอย่างยิ่งใหญ่อลังการต่อเนื่องทุกปี
โดยในปีนี้มีการจัดพิธีบวงสรวงขึ้นในวันที่ 21 พฤศจิกายน
พ.ศ. 2561
ที่ตั้งศาลพ่อขุนศักรินทร์
ศาลเจ้าพ่อขุนศักรินทร์ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ด้านหลังสุดของมหาลัย
ใกล้กับตึกของคณะวิทยาการจัดการ (ตึกสีส้ม)
ติดสระน้ำของทางมหาวิทยาลัยและโรงเรียนสาธิต
จุดสำคัญที่สามารถมองเห็นได้ของศาลพ่อขุนศักรินทร์คือ
เป็นศาลสีขาวที่มีรูปปั้นพ่อขุนอยู่ภายใน จะมีป้ายติดอยู่ด้านบนของศาล เขียนว่า
"ศาลเจ้าพ่อขุนศักรินทร์"
หากจะกล่าวถึงศาลเจ้าพ่อขุนศักรินทร์
ท่านถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของทั้งบุคลากรและนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นเทวสถานประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ภายในประดิษฐานประติมากรรมปูนปั้นขุนศักรินทร์ สิ่งศักสิทธิ์ที่ชาวราชภัฏนครราชสีมาเชื่อว่าท่านคอยปกป้องคุ้มครองให้ทุกคนมีความแคล้วคลาดปลอดภัย
ซึ่งมีพิธีบวงสรวงอย่างยิ่งใหญ่อลังการต่อเนื่องทุกปี
โดยในปีนี้มีการจัดพิธีบวงสรวงขึ้นในวันที่ 21 พฤศจิกายน
พ.ศ. 2561
ในอดีตศาลพ่อขุนศักรินทร์ ได้ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของบ้านพักอาจารย์ใหญ่ ติดกับต้นทองหลางใหญ่ริมคูน้ำ
ศาลพ่อขุนศักรินทร์ได้ตั้งไว้ในสถานที่ดังกล่าวเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งภายหลัง อาจารย์ช่วงรัตนกุสุมภ์ ได้ทำพิธีอัญเชิญย้ายศาลพ่อขุนศักรินทร์ไปอยู่ทางฝั่งลำตะคอง ซึ่งปรากฏอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้เพื่อเป็นที่อยู่ เป็นที่สักการบูชา “พ่อขุนศักรินทร์” อันเป็นเจ้าที่เจ้าทางของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นอกจากนี้ยังได้มีพิธียกศาลพระภูมิ หน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย (ประตู 1) ได้เชิญดวงวิญญาณของท่านขุนศักรินทร์มาสถิต ณ ศาลนี้ด้วย
ศาลพ่อขุนศักรินทร์ได้ตั้งไว้ในสถานที่ดังกล่าวเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งภายหลัง อาจารย์ช่วงรัตนกุสุมภ์ ได้ทำพิธีอัญเชิญย้ายศาลพ่อขุนศักรินทร์ไปอยู่ทางฝั่งลำตะคอง ซึ่งปรากฏอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้เพื่อเป็นที่อยู่ เป็นที่สักการบูชา “พ่อขุนศักรินทร์” อันเป็นเจ้าที่เจ้าทางของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นอกจากนี้ยังได้มีพิธียกศาลพระภูมิ หน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย (ประตู 1) ได้เชิญดวงวิญญาณของท่านขุนศักรินทร์มาสถิต ณ ศาลนี้ด้วย
ศาลพ่อขุนศักรินทร์ ปัจจุบันจะมีรูปปั้นของ “ขุนศักรินทร์” มีขนาดเท่าคนจริงในท่านั่งห้อยเท้ามือขวากำดาบไว้บนตัก
หน้าตาท่าทางดูกำยำ น่าเกรงขาม เหมือนคนโบราณ ผู้ปั้นคือ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สามารถ จับโจร รูปปั้นของพ่อขุนศักรินทร์
มีข้อน่าสนใจเกี่ยวกับดาบที่ท่านถือ นายสร้อย สิทธิเสือ
อดีตหัวหน้าฝ่ายยานพาหนะมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้ให้ข้อมูลแก่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อุทัย เดชตานนท์ ว่าคนที่กราบไหว้หรือแก้บน
มักจะใช้ดาบเป็นเครื่องบูชา
ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นำดาบเป็นเครื่องบูชาก็เพราะว่าท่านมาเข้าฝัน
จึงถือเป็นข้อปฏิบัติสืบเนื่องต่อกันมา

